การประชุมเชิงปฏิบัติการไทย–จีน เดินหน้าผลักดันเส้นทางการค้า “เชียงแสน–กวนเหล่ย” สู่ศูนย์กลางโลจิสติกส์ลุ่มน้ำล้านช้าง–แม่โขง
สมาคมการค้าส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจหกประเทศลุ่มแม่น้ำโขง ร่วมกับ การท่าเรือแห่งประเทศไทย (PAT) จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ “แนวทางการส่งเสริมการค้าและการขนส่งทางเรือระหว่างท่าเรือพาณิชย์เชียงแสน – ท่าเรือกวนเหล่ย” ระหว่างวันที่ 24–25 พฤศจิกายน 2568 ณ จังหวัดเชียงราย เพื่อร่วมกันวางแผนพัฒนาเส้นทางขนส่งสินค้าระหว่างไทย–จีน ผ่านแม่น้ำล้านช้าง–แม่โขง ให้มีประสิทธิภาพและตอบโจทย์เศรษฐกิจยุคใหม่
การประชุมฯ มีผู้บริหารจากการท่าเรือแห่งประเทศไทย ผู้แทนหน่วยงานรัฐจังหวัดเชียงราย ฝ่ายความมั่นคง ศุลกากร ผู้ประกอบการไทย รวมถึงผู้แทนจาก Yunnan Communication Investment and Construction Group (YCIC Group) และบริษัทโลจิสติกส์จีน เข้าร่วมอย่างคับคั่ง โดยได้จัดกิจกรรมทั้งการดูงานท่าเรือเชียงแสน การนำเสนอข้อมูลเชิงลึก การเสวนา และการระดมความคิดเห็นจากภาคธุรกิจจริง
หัวใจสำคัญของการประชุมครั้งนี้ ได้แก่
ยืนยันศักยภาพเส้นทาง “เชียงแสน–กวนเหล่ย” ที่ช่วยลดเวลาขนส่งจากไทยเข้าสู่จีนเหลือเพียง 3–5 วัน จากเดิม 10–12 วัน การท่าเรือฯ เตรียมติดตั้งเครนยกตู้ถาวรที่ท่าเรือเชียงแสนภายในเดือนมกราคม 2569 เพื่อเพิ่มศักยภาพการให้บริการ ฝ่ายจีนเผยแผนขยายท่าเรือกวนเหล่ยจาก 500,000 ตัน เป็น 5,000,000 ตันต่อปี และพร้อมพัฒนาระบบ One Bill of Lading และ One-stop Service ทั้งสองฝ่ายระบุปัญหาเชิงโครงสร้าง กฎระเบียบ ภาษี และข้อจำกัดประเภทสินค้า พร้อมเสนอแนวแก้ไขร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม ตกลงเดินหน้าตั้งคณะทำงานร่วมไทย–จีน จัดทำ Policy Paper และเตรียมจัดคณะศึกษาดูงานท่าเรือกวนเหล่ยในปี 2569
นายเกรียงไกร ไชยศิริวงศ์สุข ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย กล่าวเน้นย้ำถึงความพร้อมของท่าเรือพาณิชย์เชียงแสนในการเป็นประตูการค้า และความมุ่งมั่นในการผลักดันให้สินค้าไทย โดยเฉพาะสินค้าเกษตรและยางพารา สามารถเข้าสู่ตลาดจีนตอนใต้ได้อย่างสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น
ด้าน นายชุติวัต ชัยดรุณ นายกสมาคมการค้าส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจหกประเทศลุ่มแม่น้ำโขง กล่าวเสริมว่า การประชุมครั้งนี้ถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการเปลี่ยนวิสัยทัศน์เชิงยุทธศาสตร์ให้กลายเป็นแผนปฏิบัติการที่จับต้องได้ ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างเปิดกว้าง ยอมรับปัญหา–อุปสรรค และร่วมกันออกแบบแนวทางแก้ไขในระยะต่อไป
ผู้บริหารจากไทย–จีนต่างเห็นพ้องว่า เส้นทางนี้สามารถพัฒนาเป็น “ศูนย์กลางซัพพลายเชนไทย–จีนในลุ่มน้ำโขง” เชื่อมต่อเศรษฐกิจจีนตอนใต้ ไทย ลาว เมียนมา และในอนาคตสามารถขยายสู่เส้นทางท่าเรือระนองเพื่อเชื่อมภูมิภาค BIMSTEC ได้
การประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้จึงถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับความร่วมมือด้านโลจิสติกส์ การค้า การลงทุน และการพัฒนาพื้นที่ชายแดนของทั้งสองประเทศ โดยสมาคมฯ จะนำผลการประชุมไปใช้ผลักดันต่อในเวทีระดับภูมิภาค ตลอดจนสนับสนุนให้เกิดโครงการที่เป็นรูปธรรมต่อไป เพื่อสร้างความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนให้กับภูมิภาคลุ่มน้ำล้านช้าง–แม่โขงในระยะยาว