ระหว่างวันที่ 4–7 มิถุนายน 2568 สมาคมการค้าส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจหกประเทศลุ่มแม่น้ำโขง ร่วมกับผู้แทนจากผู้ประกอบการรังนกแอ่นของประเทศไทย ได้เดินทางไปยังกรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อเจรจาความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐของสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีเป้าหมายเพื่อหารือเชิงนโยบายเกี่ยวกับแนวทางการส่งออกรังนกแอ่นจากประเทศไทยเข้าสู่ตลาดจีนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
การเดินทางครั้งนี้นำโดย ท่านสกุณา สาระนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ประจำประเทศไทยของสมาคมฯ พร้อมด้วย ท่านกนก วงษ์ตระหง่าน รองประธานคณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนไทยกับหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญของรัฐบาลจีน ได้แก่ Chinese Academy of Inspection and Quarantine (CAIQ) และ General Administration of Customs of the People’s Republic of China (GACC)
ประเด็นหารือหลักมุ่งเน้นถึงการดำเนินการด้านกฎหมายและขั้นตอนที่จำเป็นในการส่งออกผลิตภัณฑ์รังนกแอ่นจากประเทศไทย โดยให้ความสำคัญกับกระบวนการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ การจัดทำระบบตรวจสอบย้อนกลับที่มีประสิทธิภาพ ตลอดจนการขออนุญาตนำเข้าสินค้าจากต้นทางให้เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับของฝ่ายจีนอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้เพื่อสร้างมาตรฐานที่มั่นคงและเพิ่มความเชื่อมั่นของผู้บริโภคจีนต่อผลิตภัณฑ์รังนกของไทย
ในโอกาสเดียวกัน คณะฯ ยังได้เข้าเยี่ยมชมบริษัท Guolian Gufen (国联股份) ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทที่มีบทบาทสำคัญด้านการค้าระหว่างประเทศของจีน เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านอุตสาหกรรมรังนก และพิจารณาแนวทางในการส่งเสริมความร่วมมือทางการค้า ทั้งในด้านการนำเข้าและส่งออกระหว่างภาคเอกชนของทั้งสองประเทศ
สมาคมฯ ได้แสดงเจตจำนงชัดเจนในการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้สามารถแข่งขันในตลาดจีนได้อย่างเข้มแข็ง โดยตั้งเป้าหมายเพิ่มส่วนแบ่งตลาดผลิตภัณฑ์รังนกของไทยในประเทศจีนให้ได้ร้อยละ 20–30 พร้อมทั้งผลักดันการยกระดับคุณภาพสินค้า พัฒนาโรงงานแปรรูปและระบบบรรจุภัณฑ์ให้ได้มาตรฐานสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคจีน ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญในการเสริมสร้างศักยภาพทางเศรษฐกิจและขยายโอกาสทางการค้าให้แก่ผู้ประกอบการไทยในระดับภูมิภาค
การเจรจาและพบปะหารือในครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญของสมาคมฯ ในการส่งเสริมบทบาทของประเทศไทยในห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศ และสนับสนุนความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศสมาชิกลุ่มแม่น้ำโขงอย่างยั่งยืนและเป็นรูปธรรม